บทที่ 7 เกลียด
ตอนที่7 เกลียด
อัคนี
ผมเดินออกจากห้องก่อนจะตรงมาที่มุมบาร์ด้านล่างแล้วเทเหล้ากรอกใส่ปากตัวเองเพื่อลดความร้อนในใจของตัวเองลงไป
ผมรู้ว่าสิ่งที่นิลลาทำไปเพราะต้องการประชดผมเรื่องของธารา แต่ผมก็บอกเธอไปหลายครั้งแล้วว่าผมกับธาราทำงานด้วยกัน และเราไม่ได้คิดอะไรกัน ไม่มีทางคิดได้เด็ดขาด แต่เธอไม่เคยเชื่อผมเลยสักครั้ง แล้วยังคิดเป็นตุเป็นตะไปไกล แล้วผลที่มันตามมาก็คือเธอที่จะต้องเจ็บตัว
ผมไม่อยากทำแบบนี้ แต่ถ้าผมไม่ทำเธอก็จะไม่จำไม่เลิก มันมีหลายอย่างที่เธอไม่รู้และรู้ไม่ได้ ซึ่งบางเรื่องมันก็พูดออกมาไม่ได้ และยังไม่ถึงเวลาที่จะพูด
คิดว่าผมไม่อึดอัดหรือไงที่พูดหลายเรื่องกับเธอไม่ได้จนเราทะเลาะกันหลายครั้งกับเรื่องเดิมๆ แต่ทางที่ดีที่สุดคือ...เก็บมันไว้
แต่ตอนนี้ผมคิดว่าผมต้องสั่งสอนให้คนต้องรู้จักจำแล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นคนของผม หรือว่าคนอื่นด้วยก็ตาม
ใต้ฝุ่น
“ฝุ่น” เสียงแม่ผมเรียกขึ้นหลังจากผมเดินเข้าบ้านมา ปกติผมก็พักทั้งคอนโดและกลับมาบ้านบ้างแล้วแต่อารมณ์ และที่กลับมาส่วนมากก็กลัวแม่จะเหงานั่นแหละ
“ครับ” ผมเดินเข้าไปหาแม่ก่อนจะกอดท่านด้วยความคิดถึง
ผมรักแม่มาก และเป็นห่วงแม่มาก ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเราจะมีเงินทองมากมายให้อยู่สุขสบายโดยที่แม่ไม่ต้องทำอะไร แต่กว่าแม่จะเลี้ยงผมจนโตได้ด้วยตัวคนเดียว ไม่ใช่เรื่องง่าย
“ทำงานเหนื่อยไหม” แม่ถามขึ้นพร้อมกับลูบหัวผมอย่างอ่อนโยนตามนิสัยของท่าน
“ไม่หรอกครับ งานผมสบายๆ” ผมตอบแม่กลับไปด้วยรอยยิ้มให้ท่านไม่ต้องห่วงและคิดมาก ตอนนี้ตำแหน่งผมก็ไม่ต่างจากเด็กฝึกงานคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าผมจะเรียนรู้งานพวกนี้มาตั้งแต่สมัยเรียน แต่คนอื่นๆ ก็ยังไม่ไว้ใจพอที่จะให้ผมขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งประธาน
“ฝุ่น” แล้วแม่ก็เรียกผมขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ครับ” ผมยืดตัวนั่งปกติก่อนจะมองหน้าแม่ที่เหมือนมีอะไรจะพูดกับผม
“ฝุ่นรู้ใช่ไหม ว่าตอนแม่เสียพ่อไป แม่เสียใจแค่ไหน” แม่ถามขึ้น ซึ่งแม่ก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้มาสักพักใหญ่แล้ว และท่านก็ไม่ได้พูดบ่อยๆ นอกจากท่านกำลังมีเรื่องอะไรในใจ และก็คงไม่พ้น เรื่องของผม
“รู้ครับ” เพราะผมรู้ว่าแม่เสียใจมาก ถึงตอนนั้นผมจะแค่สิบขวบได้ แต่ผมก็รู้เห็น และเข้าใจทุกเรื่อง ผมจำได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะความเจ็บปวดของแม่ และจนถึงตอนนี้ ผมก็ยังจำได้ไม่ลืม
“ฝุ่นอย่าทำให้แม่เจ็บปวดแบบนั้นอีกได้ไหม” แม่พูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าผมอย่างรอคำตอบ
“.....” ผมมองหน้าแม่ทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจกับสิ่งที่ท่านพูด
“แม่ไม่อยากเสียฝุ่นไปอีกคน เลิกยุ่งกับพวกเขาเถอะนะลูก” และสิ่งที่ผมคิดว่าผมเข้าใจ ก็เป็นอย่างที่ผมคิด สิ่งเดียวที่แม่พร่ำสอนและขอผมมาตลอดก็คือเรื่องนี้
ผมเข้าใจแม่ทุกอย่างว่ามันเจ็บปวดกับการเสียคนรักไป ก็ไม่ต่างจากผม ที่เจ็บปวดกับการเสียพ่อไปเหมือนกัน ผมอยากจะปล่อยให้มันผ่านไปกับเวลา แต่พอคิดถึงเรื่องในอดีต ผมก็ทำใจไม่ได้ และอยากทำให้คนที่มันฆ่าพ่อผมได้รับความเจ็บปวดกับการเสียคนรักไป
“วันนี้แม่ออกไปซื้อของที่ห้างมา” แม่พูดขึ้นสั้นๆ แล้วลูบหัวผมอย่างอ่อนโยน แต่ท่านต้องการบอกว่า ท่านเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
“ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ครับ” ผมตอบแม่ออกไปด้วยสีหน้าปกติเหมือนไม่ได้ปิดบังหรือโกหกอะไรแม่เลยสักนิด ถึงแม้ใจผมจะรู้ดี
แต่ผมก็ไม่อยากให้แม่เป็นห่วงและกังวลกับเรื่องนี้ เพราะยังไง ผมก็ไม่มีทางปล่อยให้เกิดเรื่องเหมือนตอนพ่อผมเด็ดขาด ยังไงคนที่จะต้องสูญเสีย คนที่จะต้องเจ็บปวด ก็คือมัน
“ไม่ได้ทำอะไรก็ดีแล้ว ไม่ว่าฝุ่นจะทำอะไร ฝุ่นอย่าลืมแม่นะลูก” แม่ผมพูดขึ้นอีกครั้งอย่างที่ท่านคงกังวลอยู่
“ครับ แม่อย่าคิดมากเลยนะ มันไม่มีอะไรหรอก”
นิลลา
และตอนนี้ฉันก็ยังอยู่ที่ห้องนอนตัวเองเหมือนเดิม ซึ่งฉันทำได้เพียงนั่งอยู่ที่เตียงแบบนี้อย่างหาทางออกไม่ได้จนมันผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว ตอนนี้ก็คงประมาณสี่ทุ่มแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเฮียให้ฉันอดข้าวเย็นเป็นการลงโทษแน่ แล้วไหนจะโซ่ที่ล่ามฉันไว้กับเตียงนั่นอีก ความยาวมันก็แค่ไปห้องน้ำแค่นั้น ไม่สามารถเดินไปถึงประตูหน้าห้องได้
และคนที่ขังฉันไว้แบบนี้ตั้งแต่ที่เขาออกไปก็ยังไม่กลับเข้ามาเลยอีกสักครั้งเหมือนไม่สนใจไยดีกันแม้แต่น้อย ยิ่งเขาทำแบบนี้มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ได้รักฉันแล้ว ถึงแม้ว่าเวลาฉันดื้อแล้วเฮียจะทำโทษฉันด้วยวิธีต่างๆ แต่ทุกครั้งสายตาที่เฮียมองฉัน มันยังคงความรักอยู่เสมอ
ต่างจากวันนี้ วันที่เฮียมองเหมือนฉันเป็นคนอื่น คนที่เขาไม่ได้คิดอะไรด้วยเลย
“ฮืออออ!!!” น้ำตาที่แห้งไปก่อนหน้านั้น มันกลับไหลออกมาอีกครั้งอย่างรับไม่ได้
ฉันไม่ได้อ่อนแอ แต่สำหรับฉันเฮียคือคนที่มีอิทธิพลที่สุดในชีวิต เฮียคือคนที่ฉันรักและไว้ใจ ชีวิตฉันฝากไว้ที่เฮียคนเดียว ไม่ว่าเขาจะลงโทษฉันยังไงกับความผิดของฉัน ฉันก็เข้าใจ ถึงแม้ว่าจะมีน้อยใจบ้าง แต่ก็ไม่เคยโกรธเพราะฉันรู้ ว่าเฮียทำอะไรมักมีเหตุผลเสมอ
แต่ขออย่างเดียว ขอเพียงแค่เฮียทำเพราะรักและหวงฉันจริง ทำเพราะหวังดีกับฉันจริง ไม่ใช่เพียงเพราะแสดงความเป็นเจ้าของ แต่ลับหลังฉันเขาแอบไปแสดงความรักแบบนี้กับผู้หญิงคนนั้น
แกร็ก!
เสียงประตูดังขึ้นเรียกสายตาให้ฉันเงยไปมองคนที่เข้ามาทันที ซึ่งฉันรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเฮีย แต่พอสายตาฉันไปสบกับสายตาที่แดงก่ำของเขา ทำให้ฉันรู้เลยว่าตอนนี้เขาต้องเมาแน่ๆ และอารมณ์ของเฮียยังไม่เย็นอย่างที่ควรแน่นอน
เฮียปิดประตูเสียงดังก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ พร้อมกับสายตาคมที่จ้องมองฉันอย่างไม่วางตา ทำให้ฉันเผลอเม้มปากด้วยความกลัว แล้วขยับตัวหนีไปอีกฝั่งของเตียง
“หนี?” เฮียเห็นแบบนั้นก็เลิกคิ้วถามฉันออกมาเหมือนกำลังย้ำทวน ถึงแม้ใบหน้าตอนนี้ยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์โกรธ
แต่ฉันรู้ว่าสายตาของเขาแบบนี้ กำลังโกรธมาก มากกว่าตอนที่เข้ามาตอนแรก นั่นคงเพราะที่ฉันหนีเขา เพียงแต่สถานการณ์ของเฮียตอนนี้ มันน่าเข้าใกล้กันที่ไหนล่ะ
“ฮะ...เฮียเมา” ฉันพูดขึ้นให้เขารู้ว่าฉันไม่ได้หนีเพราะไม่อยากใกล้เขา แต่ฉันแค่กำลังกลัวเขา เพราะว่าเวลาเฮียเมา ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เฮียจะรุนแรง ดุดันกว่าปกติ โดยเฉพาะเรื่องอย่างว่า
“รังเกียจ?” เฮียหยุดยืนอยู่ขอบเตียงนิ่งแล้วถามออกมาอีกครั้งเหมือนอยากรู้ความรู้สึกของฉันที่มีต่อเฮีย
“ปละ...เปล่า นิลแค่คิดว่า เฮียน่าจะไปอาบน้ำนอน” ฉันพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ พูดให้เฮียใจเย็นแล้วไปนอน
ถึงแม้ว่าฉันจะรู้จักเฮียดี แต่ก็ใช่ว่าฉันจะสามารถสยบเฮียได้ทุกครั้งไป ฉันแค่อ่านเขาออก แต่ไม่รู้วิธีจัดการเขาแค่นั้น
“ก็คิดแบบนั้น” เฮียพูดขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกทีละเม็ดช้าๆ แต่สายตายังคงจับจ้องมายังฉัน
“เดี๋ยวนิลไปเตรียมน้ำให้นะคะ” ฉันบอกพร้อมกับลุกเพื่อจะเข้าห้องน้ำไปเพื่อหนีกับสถานการณ์ตรงนี้
แต่...
กึก!
ฉันเดินยังไม่ถึงประตูห้องน้ำด้วยซ้ำ ขาก็ขยับตัวไม่ได้และข้อเท้าก็เจ็บจากการถูกรัด พอฉันหันไปมองก็เห็นว่าเฮียเหยียบโซ่ที่กองอยู่ขาเตียงไว้แน่น
“เฮีย จะอาบฝักบัวเหรอ” ฉันหันกลับไปถามเขาทั้งที่รู้อยู่แก่ใจแล้ว ว่าไม่ใช่
“.....” เฮียไม่ตอบ แต่เลือกจะเดินเข้าหาฉันช้าๆ โดยที่สายตาของเฮียก็ยังคงจับจ้องมาที่ฉันอย่างไม่วางตาตั้งแต่เข้าห้องมาก
“.....” แล้วขาฉันมันก็ก้าวถอยหลังอัตโนมัติตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
“อย่าหนี!” เฮียตะคอกออกมาอย่างดังจนทำให้ฉันสะดุ้งและหยุดอยู่กับที่ด้วยความเกร็ง และสั่นด้วยความกลัวจนเฮียเดินมาถึงตัวฉัน
“อึก!” เสียงดังออกจากลำคอฉันหลังจากเฮียยกมือหนาขึ้นมาบีบที่ลำคอของฉัน ถึงแม้ว่ามันไม่รัดมากจนหายใจไม่ออก แต่มันก็รัดพอทำให้ฉันเจ็บได้
“เพราะฉันใจดีเกินไป เธอถึงทำอะไรตามใจแบบนี้ใช่ไหม” เฮียถามออกมาเสียงเย็นยะเยือกไม่เหมือนเฮียเลยสักนิด ไม่เหลือความอ่อนโยนอะไรต่อกันจนเหมือนกับสามารถฆ่าฉันเหมือนกับคนอื่นได้
“ปละ...เปล่า” ฉันตอบกลับเสียงสั่นพร้อมกับยกมือขึ้นจับมือของเฮียไฟเพื่อให้เขาผ่อนแรง
“บอกกี่ครั้งแล้ว ว่าให้เลิกยุ่งกับไอ้เหี้ยนั่น ไม่คิดจะฟังเลยงั้นเหรอ!” เฮียยังคงน้ำเสียงและสีหน้าเดิมออกมาอีกครั้งอย่างไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย
“ละ...แล้วเฮียล่ะ ฮึก! นิลก็ไม่ชอบเวลาเห็นเฮียใกล้กับผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน อึก! ทำไมไม่ฟังกันบ้าง” ฉันพยายามพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแย้งให้เขาคิดถึงการกระทำของตัวเองบ้าง จะได้ไม่เอาแต่คิดถึงเรื่องของฉัน
ถึงแม้จะกลัว แต่ในเมื่อเขาเข้าเรื่องนี้แล้ว ฉันก็ยอมไม่ได้ที่จะพูดมันออกไปเหมือนกัน
“ทั้งฉันและธาราไม่ได้คิดอะไรกัน แต่กับเธอ ไอ้เหี้ยนั่นมันจ้องจะคาบเธอไปอยู่แล้ว มันเทียบกันได้เหรอ นิลลา” แต่เฮียก็พูดเหมือนเดิมทุกครั้งเพื่อให้ฉันยอมรับ แต่เวลาฉันพูดเหมือนเดิมออกไปเฮียกลับไม่เคยฟังและไม่เชื่อสักนิด
“เฮียรู้ได้ยังไง ว่าเธอไม่คิดอะไรกับเฮีย” ฉันแย้งถามเฮียออกไปว่าเขารู้และมั่นได้ยังไง ถ้าเธอไม่คิดเธอคงจะเดินออกไปจากชีวิตของเฮียตั้งนานแล้ว และเฮียเองก็ควรจะเลิกยุ่งกับเธอเหมือนกัน
แต่นี่เธอเลือกจะอยู่กับเฮีย สายตาที่เธอมองเฮียมันไม่ได้มีความเป็นเพื่อนกันเลยสักนิด มันมีอะไรมากกว่านั้น
และสายตาเฮียที่มองผู้หญิงคนนั้นก็มีความอบอุ่นอยู่ให้เห็นบ่อยๆ ถึงแม้ว่าเฮียอาจจะไม่รู้ตัว แต่ฉันที่ได้รับสายตาแบบนั้นจากเฮียประจำ ฉันดูออก ว่านั่นคือสายตาของความรู้สึกแบบไหน
“อะไรที่ฉันบอกว่าไม่ก็คือไม่ ถ้าคิดจะอยู่ด้วยกันต่อไป ก็ฟังในสิ่งที่ฉันพูด!” เฮียพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นย้ำให้ฉันฟัง ก่อนจะตะคอกออกมาในประโยคหลังแล้วออกแรงบีบคอฉัน
“อึก! นิล... เกลียดเฮีย” และการกระทำกับคำพูดของเขาทำให้ฉันโกรธกว่าเก่า จนเลือกจะพูดคำนี้ออกไป
แต่เกลียดที่ฉันหมายถึงคือฉันเกลียดที่เฮียไม่เคยเข้าใจความรู้สึกนิล แต่เฮียกลับสั่งให้นิลเข้าใจความรู้สึกและความต้องการของเฮียฝ่ายเดียว
“งั้นเหรอ” พอเฮียยิ่งได้ยแบบนั้นก็ยิ่งกัดฟันพูดออกมาพร้อมกับดวงตาที่แข็งกร้าวกว่าเดิม
“เฮีย...”
ตุบ!
“โอ้ย!”
